UFABETWINS ตกชั้นก็ไม่กลัว : ทีมลีกรองมีวิธีกลับสู่พรีเมียร์ลีกอย่างรวดเร็วได้อย่างไร?

UFABETWINS

UFABETWINS “การตกชั้น” คือหนึ่งในความเจ็บปวดที่สุดของโลกฟุตบอล เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ใน การต่อสู้บนเกมลูกหนังที่ยาวตลอดฤดูกาล

มีแค่ทีมตกชั้นเท่านั้นที่คู่ควร กับการถูกเรียกว่าเป็นผู้แพ้ การตกชั้นคือความเจ็บปวด แต่คงจะยิ่งปวดใจกว่า หากการตกชั้นคือการร่วงจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกลูกหนังสูงสุดของแดนผู้ดี อันเป็นลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าการตกชั้น คือการไม่สามารถกลับไปยังจุดที่เคยอยู่ หลายสโมสรร่วงจากพรีเมียร์ลีก และติดอยู่ในลีกระดับล่าง อย่างไรก็ตาม บางสโมสรกลับสามารถเลื่อนชั้น กลับสู่ลีกสูงสุดได้ภายในเวลาไม่กี่ปี หลังจากตกชั้น ทั้งที่การเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะลีกรองอย่าง อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ คือหนึ่งในลีกฟุตบอล ที่แข่งขันอย่างเข้มข้นมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีแค่ 3 จาก 24 ทีมเท่านั้น ที่จะได้ขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ในแต่ละฤดูกาลแข่งขัน อย่างไรก็ตาม มีบางทีมเจอสูตรสำเร็จของการเลื่อนชั้น และใช้เป็นแนวทางพาสโมสรกลับสู่ลีกสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว ปรับสภาพทีมให้เหมาะกับการตกชั้น หลังร่วงหล่นจากลีกสูงสุดอังกฤษ ความท้าทายสำคัญที่สโมสรต้องเผชิญ ไม่ใช่การคิดเรื่องกลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่เป็นการปรับสภาพคล่องทางการเงิน ให้เหมาะสม กับรายได้

มหาศาลที่หายไป การเล่นในพรีเมียร์ลีก ช่วยรับประกันรายได้อย่างน้อย 95 ล้านปอนด์ ให้กับสโมสร แต่เมื่อทีมร่วงหล่นสู่ อีเอฟเเอล แชมเปียนชิพ จะเหลือรายได้เฉลี่ยอยู่เพียง 32 ล้านปอนด์เท่านั้น คิดง่าย ๆ สโมสรที่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ต้องสูญเสียรายได้อย่างน้อย 63 ล้านปอนด์ และเม็ดเงินมหาศาลที่หายไป ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันลีกพระรองอังกฤษ คือหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลที่สโมสรมีรายจ่ายมากในลำดับต้น ๆ ของยุโรป โดยเป็นรองเพียงแค่ 5 ลีก

UFABETWINS

ใหญ่เท่านั้น โดยปัจจุบัน ทีมในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ จ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะเฉลี่ยทีมละ 34 ล้านปอนด์ มากกว่ารายรับเฉลี่ยของสโมสรด้วยซ้ำ เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมในลีกพระรองของอังกฤษ ต้องเผชิญหน้าการขาดทุน กับการทำธุรกิจฟุตบอล ยิ่งเป็นสโมสรที่ตกชั้นมาจากพรีเมียร์ลีก ย่อมมีค่าใช้จ่ายเยอะกว่าทีมอื่น นอกจากนี้ แม้ว่าการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก จะมีเงินชูชีพจำนวน 75 ล้านปอนด์ ซึ่งแบ่งจ่าย 2 ปี เข้ามาช่วยเหลือสโมสร แต่เงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้ เพื่อให้ทีมที่ร่วงจากลีกสูงสุดนำไป

ใช้ซื้อนักเตะ เเต่มีไว้ใช้รักษาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อช่วยให้ทีมจากพรีเมียร์ลีกปรับตัวกับลีกพระรองให้ไวที่สุด ดังนั้นแล้ว การจะเอาตัวรอดเบื้องต้น ในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ สโมสรที่ตกชั้น ต้องรีบปรับการบริหารองค์กรให้เหมาะสม กับจุดที่ตัวเองยืนอยู่ให้ได้อย่างรวดเร็วเสียก่อน แล้วค่อยมองถึงสเต็ปต่อไป คือการเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุด หลายสโมสรตกหลุมพรางของเงินชูชีพ หวังที่จะใช้เงินก้อนใหญ่พาทีมเลื่อนชั้น กลับพรีเมียร์ลีกในปีเดียว ก่อนติดหนี้หัวโตหลังเลื่อนชั้นไม่สำเร็จ ดังนั้นสิ่งที่ทีมต้องทำไม่ใช่การเพิ่ม

รายจ่าย แต่เป็นการลด เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ถือว่าเป็นทีมที่เชี่ยวชาญในการเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างมาก หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญของสโมสรแห่งนี้ คือการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วทุกครั้งที่ต้องเล่นในลีกพระรอง ย้อนไปในฤดูกาล 2017-18 เวสต์บรอมวิช ทุ่มเงิน 50 ล้านปอนด์ เพื่อให้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อไม่ประสบผลสำเร็จ ทีมจัดการขายนักเตะออกทันทีเพื่อรับเงิน 24 ล้านปอนด์เข้ามาหมุนในสโมสร นาเซอร์ ชาดลี, จอนนี อีแวนส์, เบน ฟอสเตอร์, ซาโลมอน รอนดอน, โอลิเวอร์ เบิร์ก ถูกปล่อยตัวออก

จากทีม เพื่อหารายได้สโมสร และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเหนื่อย ที่เป็นตัวผลาญเงินของทีมใน อีแอฟแอล แชมเปียนชิพ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เป็นอีกทีมที่เลือกในแนวทางนี้ ในฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาตกชั้นลงมาเล่นในลีกรอง ทัพสาลิกาดง ขายนักเตะรวมกว่า 92 ล้านปอนด์เพื่อนำเงินก้อน มาใช้วางแผนปรับการบริหารทีมอย่างเหมาะสม มุสซา ซิสโซโก, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เรมี คาเบลลา, ทิม ครูล, ฟลอริยอง โตแวง, เควิน เอ็มบาบู คือนักเตะเพียงส่วนหนึ่ง จากทั้งหมด 25 คน ที่นิวคาสเซิล

ปล่อยออกจากทีมหลังการตกชั้น ทั้งขายขาดและยืมตัว ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ การเลื่อนชั้นของ เวสต์บรอมวิช และนิวคาสเซิล ในเวลาอันสั้น กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง การปรับสภาพการเงิน รวมถึงการปล่อยนักเตะเพื่อหารายได้ อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักทำให้เลื่อนชั้น กลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่เป็นก้าวสำคัญของการเดินถอยหลัง ช่วยให้สโมสรยืนตั้งหลักได้อย่างมั่นคง ที่พร้อมจะเดินหน้ากลับไปอีกครั้ง เสริมตัวที่ควรเสริม การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ คือแนวทางที่ทีมตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกหันมาใช้สู้ศึก อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ

UFABETWINS

เช่น คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ หรือสวอนซี ที่ร่วงหล่นจากลีกสูงสุดได้ไม่นาน ล้วนเลือกปล่อยนักเตะออกจากทีม เพื่อหาเงินเข้าสโมสร อย่างไรก็ตาม หากต้องการมองถึงการเลื่อนชั้น กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกโดยใช้เวลาไม่กี่ปี ก้าวถัดไปที่ต้องให้ความสำคัญ คือการหานักเตะฝีเท้าดีเข้ามาทดแทนผู้เล่นที่เสียไป การปล่อยนักเตะตัวหลักบางคนสมัยอยู่ในพรีเมียร์ลีกไม่ใช่เรื่องแย่ ผู้เล่นบางคนไม่มีใจเล่นกับลีกพระรอง การเก็บเอาไว้มีแต่จะทำให้ทีมเสียสปิริต ในทางกลับกันยังมีนักฟุตบอลอีกมากที่ต้องการโอกาสลงสนาม พิสูจน์ความสามารถของ

ตัวเอง แม้จะเป็นลีกระดับล่าง แนวทางแรกคือการดึงนักเตะที่เป็นส่วนเกิน ของสโมสรจากพรีเมียร์ลีกมาร่วมทีม เช่น เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ที่ใช้เวลา 2 ปี ในอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ หลังตกชั้น ด้วยการดึงผู้เล่นซึ่งไม่มีที่ยืนบนลีกสูงสุดมาเล่นให้กับทีม แซม จอห์นสโตน, ไคล์ บาร์ทลีย์, ชาลี ออสติน คือผู้เล่นที่เวสต์บรอมวิช ซื้อมาจากทีมในพรีเมียร์ลีก นักเตะเหล่านี้มีฝีเท้าดีแต่ถูกมองข้าม เพราะไม่ได้รับโอกาสหรืออยู่ในทีมที่ใหญ่เกินไป เมื่อได้ย้ายมาเล่นใน อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ คือโอกาสสำคัญให้ผู้เล่นเหล่านี้ได้พิสูจน์ตัว

เอง เป็นกำลังหลักพาทีมลุ้นเลื่อนชั้น และเมื่อกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ผู้เล่นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีฝีเท้ามากพอจะช่วยทีมบนลีกสูงสุด ฟูแลม เป็นอีกทีมที่ใช้แนวทางนี้หลังตกชั้นมาเล่นลีกพระรองในฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรเก่าแก่จากลอนดอนตะวันตกเลือกดึงนักเตะที่ถูกมองข้ามจากพรีเมียร์ลีกเข้าสู่ทีม ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล เฮ็คเตอร์, อ็องโตนี น็อคการ์ต และ อีวาน คาวาเลโร มาสู้ศึกอีเอฟแอล แชมเปียนชิพ รวมถึงอีกทีมจากลอนดอนตะวันตก อย่าง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่ใช้กลยุทธ์ดึงนักเตะส่วนเกิน จากพรีเมียร์ลีก

มาสู้ศึกลีกพระรองหลังตกชั้น และทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นกลับลีกสูงสุดภายในปีเดียว เมื่อฤดูกาล 2013-14 ทัพทหารเสือราชินี เซ็นสัญญานักเตะจากพรีเมียร์ลีก 3 ราย แบบไม่มีค่าตัว ได้เเก่ แดนนี ซิมพ์สัน, ริชาร์ด ดันน์ และ แกรี โอนีลล์ มาร่วมทีม เป็นการได้ของดีราคาถูกที่หลายทีมมองข้าม ช่วยทีมกลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

 

คลิ๊กเลย >>> https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>> บ้านผลบอล